วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืดในโรงเรียนสำหรับเด็ก

พฤศจิกายน 20, 2020

คุณพ่อคุณแม่ทราบดีว่าสำหรับลูกของคุณที่เป็นโรคภูมิแพ้หรือโรคหอบหืด การจัดการกับสิ่งกระตุ้นที่อยู่ภายนอกบ้านนั้นยากเพียงใด

โดยเฉลี่ยเด็ก ๆ ใช้เวลาที่โรงเรียนกว่า 200 วันต่อปี ห้องเรียนจึงมักเป็นแหล่งสุ่มเสี่ยงต่อมลพิษที่เป็นอันตรายต่อลูก มลพิษเหล่านี้เองเป็นตัวกระตุ้นอาการของโรค หรืออาการแพ้ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น

การให้ความสำคัญกับคุณภาพอากาศภายในอาคารของโรงเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กับที่บ้าน ดังนั้นการป้องกันโรคภูมิแพ้หรือโรคหอบหืดควรเริ่มต้นจากการปรับปรุงคุณภาพอากาศ

การศึกษาโดยสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา (EPA) พบว่า ระดับมลพิษภายในห้องเรียนจะสูงกว่าภายนอก 2-5 เท่า โดยในเดือนกันยายนของทุก ๆ ปี (ฤดูใบไม้ร่วง) จะพบผู้ป่วยจำนวนมากโดยเฉพาะเด็ก ๆ เข้ารับการรักษาด้วยโรคหอบหืดมากกว่าเดือนอื่น ๆ

แหล่งที่มาของคุณภาพอากาศที่ไม่ดีภายในอาคารโรงเรียน
  • มลพิษทางอากาศในโรงเรียนมาจากหลายแหล่งที่แตกต่างกันออกไป และขึ้นอยู่กับอายุของอาคารเรียน
  • อาคารเรียนที่สร้างใหม่มักปิดสนิทและมีการระบายอากาศไม่เพียงพอ ทั้งยังเป็นแหล่งสะสมของสารระเหยก่อมะเร็งฟอร์มาลดีไฮด์ที่อยู่ในวัสดุก่อสร้าง สีทาผนัง รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ
  • อาคารเรียนเก่า มักมีการปนเปื้อนของสารตะกั่ว แร่ใยหิน เรดอน ไปจนถึงเชื้อราที่เกิดจากหลังคาผุผัง และฝุ่นจากผนังที่ร่อน
  • โรงเรียนหลาย ๆ แห่งมักตั้งอยู่ในแหล่งชุมชน ติดถนน ทางด่วน ใกล้แหล่งคมนาคมซึ่งมีการสัญจรไปมา ทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ ทั้งฝุ่นละอองจากยานพาหนะ และสารเคมีจากท่อไอเสียรถที่เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพของเด็ก
  • แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศอื่น ๆ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของสารเคมี ยาฆ่าแมลง เป็นต้น (1)
สถานที่ที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงไม่ได้หมายความว่าเด็ก ๆ จะปลอดภัยจากสารก่อภูมิแพ้

จากกรณีศึกษาจำนวนมากพบว่า สารก่อภูมิแพ้จากสัตว์สามารถเกิดขึ้นได้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีสัตว์ การศึกษายังแสดงให้เห็นว่า ระดับสารก่อภูมิแพ้ในโรงเรียนที่ไม่มีสัตว์เลี้ยงอาจสูงกว่าในบ้านที่มีสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นปัญหาอย่างยิ่งสำหรับเด็กที่แพ้ง่าย มีหลักฐานที่ชัดเจนว่า เมื่อเด็กจากบ้านที่มีสัตว์เลี้ยงเดินทางมาโรงเรียน เสื้อผ้าจะเป็นสื่อหลักที่สารก่อภูมิแพ้จากสัตว์เลี้ยงเข้าไปติดและสะสม เส้นผมมนุษย์ก็เช่นกัน ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้สามารถเป็นแหล่งเริ่มต้นของการกระจายของสารก่อภูมิแพ้ในโรงเรียนได้ (2)

สารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่น ในโรงเรียน

ไรฝุ่นเป็นสัตว์ประเภทเดียวกับเห็บและแมงมุม ไรฝุ่นอาศัยอยู่บนที่นอน เครื่องนอนเฟอร์นิเจอร์หุ้ม พรม และผ้าม่าน มูลของไรเป็นสารก่อภูมิแพ้ ซึ่งมีผลทำให้เป็นโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืด

จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นมีอยู่ในโรงเรียนและสถานรับเลี้ยงเด็กหลายแห่ง ซึ่งมีระดับสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นใกล้เคียงหรือต่ำกว่าในบ้าน การปูพรมและเครื่องเรือนหุ้มเบาะ เป็นแหล่งสะสมสารก่อภูมิแพ้จากไรฝุ่นที่สำคัญ โดยเฉพาะในโรงเรียนและศูนย์รับเลี้ยงเด็กที่มีอากาศชื้น (3)

สารก่อภูมิแพ้จากแมลงสาบและหนูในโรงเรียน

สารก่อภูมิแพ้จากแมลงสาบและหนู มักพบเจอในโรงเรียนทั้งในเมืองและแถบชนบท การศึกษาเก็บตัวอย่างฝุ่นในห้องเรียนของโรงเรียนในสหรัฐอเมริกา พบว่า มีระดับสารก่อภูมิแพ้จากแมลงสาบ 71% ของตัวอย่างฝุ่นที่ดูดฝุ่นจากห้องเรียน (4) 

อีกการศึกษาพบสารก่อภูมิแพ้จากหนู 99.5% ของตัวอย่างในโรงเรียน เด็กที่สัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้จากหนูในโรงเรียน จะมีอาการหอบหืดมากขึ้นและประสิทธิภาพการทำงานของปอดลดลง นอกจากนี้ยังพบสารก่อภูมิแพ้จากแมลงสาบและหนูในอากาศ จึงไม่น่าแปลกใจที่สารก่อภูมิแพ้เหล่านี้ถูกปะปนอยู่ในอาหาร (5)

มลพิษทางอากาศที่เกี่ยวข้องกับการจราจร

ในสหรัฐอเมริกามีโรงเรียนของรัฐเกือบ 8,000 แห่ง ที่อยู่ห่างจากทางหลวงเส้นทางรถบรรทุก และถนนหลักที่มีการจราจรหนาแน่น ในระยะไม่เกิน 500 ฟุต (6)

ไอเสียของรถยนต์เป็นแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศทางการจราจรที่ใหญ่ที่สุด และยังมีแหล่งอื่น ๆ ได้แก่ ฝุ่นจากการเบรกรถ ยางรถยนต์ และพื้นผิวถนน ฝุ่นละออง อนุภาคขนาดเล็ก ไนโตรเจนออกไซด์ คาร์บอนมอนอกไซด์ รวมถึงสารระเหยก่อมะเร็ง (VOCs) ได้แก่ ฟอร์มาลดีไฮด์ อะซิทัลดีไฮด์ และเบนซิน

คำถามเกี่ยวกับวิธีจัดการคุณภาพอากาศในโรงเรียนสำหรับผู้ปกครอง :
  • ระบบระบายอากาศ HVAC (Heating, Ventilation and Air Conditioning) ได้รับการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างเหมาะสมหรือไม่ ?
  • มีการตรวจสอบความชื้นและเชื้อราเป็นประจำหรือไม่ ?
  • มีการเช็ดทำความสะอาดฝุ่นตามเฟอร์นิเจอร์ และบริเวณต่าง ๆ หรือไม่ ?
  • โรงเรียนมีเครื่องฟอกอากาศที่ใช้แผ่นกรอง HEPA หรือไม่ ? มีการเปลี่ยนแผ่นกรองตามอายุการใช้งานหรือไม่?
  • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมีส่วนผสมของสารเคมีที่เป็นอันตรายหรือไม่ ?
  • มีการตรวจเช็คระดับสารเคมีและสารระเหย (VOCs) จากวัสดุก่อสร้าง สีทาผนัง รวมถึงเฟอร์นิเจอร์เป็นประจำหรือไม่ ?
  • อาหารถูกจัดเก็บอย่างสะอาดและปลอดภัยแล้วหรือไม่ ?

วิธีการป้องกันโรคภูมิแพ้และโรคหอบหืดในโรงเรียนที่ดีที่สุด คือ การให้คุณครูและนักเรียนมีส่วนร่วมในการรับรู้ว่าอะไรมีส่วนทำให้คุณภาพอากาศภายในห้องเรียนดีขึ้นและช่วยกันแก้ไข ทั้งผู้ปกครองยังสามารถแนะนำวิธีการจัดการคุณภาพอากาศในห้องเรียนได้

IQAir เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการคุณภาพอากาศในอาคาร เสริมสร้างสุขภาพที่ดีของลูก ๆ ได้ทั้งที่บ้านและอาคารโรงเรียน

IQAir ระบบฟอกอากาศระดับโลกจากสวิตเซอร์แลนด์ที่พัฒนามากว่า 50 ปี เครื่องฟอกอากาศคุณภาพสูงระดับ HyperHEPA แผ่นกรองใยแก้วเเท้ ที่ไม่ผ่านการทอและถูกวางทับซ้อนกันหลายชั้น จึงสามารถกรองได้เล็กละเอียดถึง 0.003 ไมครอน ประสิทธิภาพ 99.95%จัดการสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ ฝุ่น PM2.5 PM10 สปอร์เชื้อรา ไวรัส แบคทีเรีย และสามารถดูดซับเหล่าสารเคมีที่เป็นอันตราย เช่น สารระเหยก่อมะเร็ง VOCs ฟอร์มาลดีไฮด์ ยาฆ่าแมลง สารตะกั่ว สารระเหยจากเชื้อเพลิง ด้วยแผ่นกรอง V5 Cell ที่อัดแน่นไปด้วยถ่านกัมมันต์จากเหมืองและอลูมิน่า

[1] U.S. EPA. (2016)

[2] Salo PM, et al. (2009). DOI: 10.1016/j.jaci.2009.05.012

[3] https://www.iqair.com/newsroom/dust-mite-air-purifier

[4] Chew GL, et al. (2005). DOI: 10.1111/j.1600-0668.2005.00363.x

[5] Zahradnik E, et al. (2017). DOI: 10.3390/vetsci4030038

[6] ACAAI. (2018).

[7] Hopkins JS. (2017).

เกี่ยวกับ IQAir

IQAir เป็นบริษัทสัญชาติสวิสที่มีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีการฟอกอากาศ โดยมีจุดมุ่งหมายช่วยให้บุคคล องค์กรและชุมชนสามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลคุณภาพอากาศและการทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วโลก นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2506 IQAir เป็นผู้นำระดับโลกและดำเนินงานในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก

Tag:

แชร์บทความ

สินค้าแนะนำในบทความ

HealthPro 250

เครื่องฟอกอากาศอันดับ 1 สำหรับผู้ป่วยโรคภูแพ้และหอบหืด เทคโนโลยีแผ่นกรอง HyperHEPA หยุดยั้งแม้แต่อนุภาคที่เล็กที่สุด

IQAir HP250 - Rear view- Air purifier